#เพื่อนร่วมรุ่นฉันเป็นแค่พ่อครัว #

post Image

#เพื่อนร่วมรุ่นฉันเป็นแค่พ่อครัว #
งานเลี้ยงรุ่นทำไมกลายเป็นงานอวดงานอวย

หวางมีอาชีพเป็นพ่อครัว ครั้งหนึ่งเคยไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น หลัง
งานจบไป   หวางก็ยืนกรานว่าชาตินี้คงไม่ติดต่อคบค้าสมาคม
กับเพื่อนร่วมรุ่นเหล่านั้นอีกแล้ว...

เรื่องมีอยู่ว่า...  งานเลี้ยงรุ่นที่หวางไปร่วมเป็นงานเลี้ยงรุ่นของ
เพื่อนสมัย ม.ต้น  จริงๆหวางก็เรียนถึงแค่ ม.ต้น  แล้วก็ต้องเลิก
เรียนไป  เพราะฐานะทางบ้านยากจน   หลังจบ ม.ต้น หวางเลย
ต้องออกจากโรงเรียน และเริ่มทำงานเป็นพ่อครัวตั้งแต่นั้นมา 

หวางใจจดใจจ่อรองานเลี้ยงรุ่นในครั้งนี้มาก เพราะมีเพื่อนสมัย
เด็กหลายคนเลยที่เขาคิดถึงและไม่ได้เจอมาหลายสิบปี

บังเอิญประจวบเหมาะ...สถานที่จัดงานเลี้ยงคือโรงแรมห้าดาว
ที่หวางทำงานอยู่พอดี   พอใกล้เที่ยง  ทุกคนในรุ่นก็มากันครบ
เกือบหมดแล้ว   งานเลี้ยงจึงเริ่มขึ้น     ทุกคนต่างตื่นเต้นพากัน
ทักทายเพื่อนหลายๆคนที่ไม่ได้เจอกันหลายสิบปี ต่างบอกเล่า
เรื่องราวที่ตัวเองไปพบเจอมาหลังจากแยกย้ายกันไป 

ขณะเดียวกันเอง...อาหารก็ค่อยๆทยอยยกออกมาจากครัวของ
โรงแรมมาเสริฟ์ให้เหล่าเพื่อนร่วมรุ่นในงาน

พิธีของงานเริ่มขึ้น..คือ ให้เพื่อนนักเรียนในรุ่นได้ขึ้นมาทักทาย
และแนะนำตัวกับเพื่อนทุกคนหมุนเวียนกันไปจนครบ...

คนแรกที่ขึ้นไปพูดเป็นหัวหน้าห้อง.....เขาบอกว่า ตอนนี้ได้เป็น
หัวหน้ากรมที่หน่วยงานราชการในท้องที่แห่งหนึ่ง   ขึ้นมาก็พูด
จาวางมาดแบบข้าราชการผู้ใหญ่   เสมือนว่าเพื่อนๆที่นั่งฟังเป็น
ลูกน้องในกรมก็ไม่ปาน... 

ก่อนพูดจบเขาฝากไว้กับทุกคน.ถ้าเพื่อนๆมีเหตุเดือดร้อนอะไร
ต้องการให้ช่วยบอกเขาได้เลย  พร้อมจะช่วยเสมอ...พูดจบทุก
คนปรบมือชอบใจใหญ่ เท่ห์จริงๆมีเพื่อนเป็นข้าราชการใหญ่โต

คนต่อไปที่ขึ้นพูด...เป็นเพื่อนนักธุรกิจ ระหว่างพูดก็พาดพิงถึง
ธุรกิจใหญ่ที่ตัวเองดูแลอยู่    คำสั่งซื้อหลายล้านของธุรกิจตัว
เองบ้าง เหล่านาฬิกาหรูและของสะสมราคาแพงที่ตัวเองชอบบ้าง...

ก่อนพูดจบเขาฝากไว้กับทุกคน..ถ้าเพื่อนๆมีเหตุร้อนเงินขอให้
บอก   เขาพร้อมยื่นมือให้ช่วย   พวกเราเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก คุย
ง่าย... พูดจบทุกคนปรบมือชอบใจใหญ่   เท่ห์จริงๆมีเพื่อนเป็น
นักธุรกิจร้อยล้าน

หลังจากนั้นก็ถึงคิวขึ้นกล่าวของเพื่อนอีกหลายๆคน....ทั้งนาย
ธนาคาร  ผู้จัดการใหญ่  พนักงานระดับสูง ฯลฯ ผลัดเปลี่ยนกัน
ขึ้นกล่าวทักทาย... แต่ละคนก็พากันพรรณนาว่า   ช่วงนี้ตนเอง
ทำอะไรอยู่  ได้ดิบได้ดีอย่างไร    เห็นคุณค่าในมิตรภาพเพื่อน
ร่วมรุ่น  และต่างคิดถึงช่วงเวลาที่เรียนร่วมกันขนาดไหน...

จนสุดท้ายเหลือเพียง    หวาง  ที่เพิ่งยุ่งในครัวเสร็จ    หลังจาก
อาหารจานสุดท้ายยกมาเสริฟ   เขากระวีกระวาดขึ้นบนเวทีทัน
กล่าวทักทายกับทุกคนพอดี...

แต่เพราะรีบร้อนเลยไม่ทันเปลี่ยนชุด หวางออกมาพร้อมกับชุด
พ่อครัวและผ้ากันเปื้อนเนื้อตัวมอมแมม 

พอหวางขึ้นเวที     บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเปลี่ยนเป็นความ
เงียบ    เพื่อนๆ หลายคนเห็นพ่อครัวเนื้อตัวสกปรกขึ้นเวทีก็กระ
ซิบกระซาบ   หลายคนจำไม่ได้ว่า  นี้คือหวางเพื่อนร่วมรุ่นของ
ตัวเอง เพื่อนผู้หญิงบางคนถึงกับกล่าวถากถางแกมตลก 
"เหม็นกลิ่นน้ำมันถึงนี่เลย ทำไมไม่อยู่ในครัวจนเลิกงานไปเลย"

พ่อครัวหวาง กล่าวสั้นๆ...
"เราไม่ได้มีความสามารถเก่งกาจเหมือนเพื่อนๆนะ เราทำงานที่
โรงแรมแห่งนี้...เราเป็นพ่อครัว  อาหารวันนี้ที่ทุกคนทาน เรากับ
เพื่อนในครัวช่วยกันทำสุดฝีมือเลย หวังว่าคงถูกปากเพื่อนๆนะ"
เพียงเท่านี้ แล้วหวางก็ลงเวทีไป

ตอนที่หวางนั่งลงที่โต๊ะ.เขาบังเอิญได้ยินเพื่อนโต๊ะข้างๆนินทา
เขาอยู่ 
"ตายแล้ว   คิดไม่ถึง  เพื่อนร่วมชั้นเราจะมีที่ตกต่ำขนาดนี้  อย่า
พูดออกไปนะ ขายหน้าคนอื่นเขา" 

หวางทำเป็นไม่ได้ยิน   พูดจายิ้มแย้มกับเพื่อนร่วมโต๊ะ   และทัก
ทายเพื่อนๆในงานตามประสาเพื่อนวัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันนาน...

ทุกคนในงานทานอาหารไป  รินเหล้า  ชนแก้ว  สนทนา หัวเราะ
เฮฮากันอย่างออกรส...แต่.ไม่มีใครมาขอหวางชนแก้วเลย และ
ไม่มีใครตั้งใจคุยกับหวางด้วย    ดูเหมือนว่า  หวางเป็นเพียงคน
เดียวในงานที่ถุกทอดทิ้งให้เงียบเหงา..เพียงเพราะเขาไม่ได้ดิบ
ได้ดีแบบเพื่อนๆ...

จนเวลาใกล้บ่ายที่งานเลิก..ทุกคนต่างอิ่มหนำสำราญ บางคนก็
เริ่มเมากริ่มๆ....บริกรเดินถือบิลเข้ามาเช็คบิลที่โต๊ะของเพื่อนที่
เป็นเหรัญญิกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้

แต่..เหรัญญิกเห็นบิลก็หน้าซีด เพราะค่าใช้จ่ายที่ออกมามันเกิน
งบที่เก็บมามาก..มากโข...เพราะที่นี่เป็นโรงแรมห้าดาวที่ดีที่สุด
ในมณฑลก็ว่าได้...ค่าใช้จ่ายรวมๆเกือบหมื่นหยวน (ราวห้าหมื่น
บาท)

สายตาทุกคนเริ่มจับจ้องไปที่เพื่อนๆ    ที่เป็นนักธุรกิจกับเถ้าแก่
ใหญ่ เพราะเมื่อครู่หลายคนยังคุยโม้อยู่ว่ามีธุรกิจใหญ่โต ในวง
สนทนาก็บอก    ตัวเองทำเงินได้เดือนละหลายล้าน....แต่เพื่อน
เหล่านั้นหน้าแดง   หลายคนบอกเงินไม่ขาดมือหรอก...แต่ต้อง
ผ่านการอนุมัติจากเมียก่อน...แล้วก็นิ่งเงียบ

ส่วนหัวหน้าห้อง ที่เป็นหัวหน้ากรมก็ไม่พูดอะไร...ยังขอตัวออก
ไปคุยโทรศัพท์นอกห้อง...บอกงานราชการด่วนเข้า

หวางเห็นเพื่อนๆในห้องนิ่งกันนาน...นานมาก.....แล้วหวางก็ลุก
ขึ้น ประกาศในห้องจัดเลี้ยง 
"ไม่เป็นไรเพื่อน มื้อนี้เราขอเลี้ยงนะ!!!" 

สิ้นเสียงประกาศของหวาง    เพื่อนๆหลายคนไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
กับหู...

แล้วบริกรก็เข้ามาหาหวาง แล้วโค้งคำนับ 
"รับทราบค่ะ ประธานหวาง"...

ตอนนี้เอง ทุกคนถึงเพิ่งรู้...เพื่อนหวางที่ใส่ชุดพ่อครัวมอมแมม
คนนี้   แท้จริงคือเถ้าแก่เจ้าของโรงแรมห้าดาวที่หรูที่สุดในมณ
ฑลแห่งนี้!!!

หลายคนก็พูดติดตลกแก้เขินบอก 
"ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่" 
"เพื่อนหวางนายนี่ก็  ถ่อมตัวจนดูไม่ออกเลย" 
"เพื่อน นายเป็นใหญ่เป็นโตขนาดนี้อุบเงียบไว้เลยนะ"...
แล้วเพื่อนๆก็พากันกรูเข้ามาหาหวาง หวังจะตีสนิทด้วยก่อนเลิก
งาน...

เวลานี้ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มตอนเริ่มงานของหวาง...เปลี่ยนเป็น
บึ้งตึง...เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง...

"ก่อนหน้านั้น   ตอนเรากล่าวบนเวทีว่า    อาหารกว่าสิบอย่างที่
เพื่อนๆกินกันในงานวันนี้ เรากับเพื่อนพ่อครัวช่วยกันทำสุดฝีมือ 
ไม่เห็นมีใครขอบคุณเรากับเพื่อนเลย!  เพราะเราเป็นแค่พ่อครัว 
ใช่มั้ย?"

"พ่อครัวแบบเราเราอาจจะเนื้อตัวมอมแมม    เสื้อติดกลิ่นน้ำมัน
ไม่น่าเข้าใกล้นะ  แต่ไม่ใช่เพราะพ่อครัวเนื้อตัวสกปรกแบบพวก
เราเหรอ? พวกเธอถึงมีอาหารเลิศรส ที่รังสรรค์อย่างปราณีตให้
ทานกัน?"

"เรากับเพื่อนพ่อครัวหลายสิบชีวิตในครัว ยุ่งตัวเป็นเกลียวตั้งแต่
เช้า หวังเพียงให้เพื่อนๆอย่างพวกเธอมีอาหารดัีๆทาน...แต่ไม่มี
ใครเห็นคุณค่าสิ่งที่เราทำเลย   ซ้ำร้ายยังดูถูกเยาะเย้ยงานที่เรา
ทำอีก"

"คนเรา...ต่อให้งานการใหญ่โต มีหน้ามีตาในสังคม แต่ถ้าความ
เคารพในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันยังไม่มี  ก็เป็นแค่คนชั้นต่ำ..."

"พวกเธอทุกคน...ไม่คู่ควรจะมาทานอาหารที่โรงแรมนี้อีก   โรง
แรมของฉันไม่ต้อนรับพวกเธอ!!!"

หลังหวางพูดจบ ก็เดินจากไป....ทิ้งให้เพื่อนๆร่วมรุ่นวัยเด็กของ
เขาทั้งห้อง หน้าชาอยู่อย่างนั้น

...เป็นอันจบงานเลี้ยงรุ่น

#นิทานจีนจากเรื่องจริงของชีวิต
#Lertดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งจีน